ประตูม้วนมีกี่แบบ? แยกตามสไตล์ วัสดุใบ และระบบเปิด-ปิด พร้อมราคาเริ่มต้น

เจ้าของบ้านและเจ้าของร้านที่กำลังจะติดตั้งประตูหน้าร้าน มักเริ่มจากคำถามเดียวกันว่า ประตูม้วนมีกี่แบบ และแบบไหนเหมาะกับหน้างานของตัวเอง ? 

ปัญหา คือ คำตอบที่หาเจอส่วนใหญ่พูดถึงแค่ระบบเปิด-ปิด เช่น มือดึง รอกโซ่ และไฟฟ้า ซึ่งเป็นเพียงมิติเดียวจาก 3 มิติที่ต้องตัดสินใจ พอถึงเวลาสั่งผลิตจริงจึงยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้ใบแบบไหน หนาเท่าไร และต้องเตรียมงบกี่บาท

Dusitshutter ผลิตและติดตั้งประตูม้วนด้วยโรงงานของตัวเองมาตั้งแต่ปี 2521 บทความนี้จึงเรียงคำตอบตามลำดับ แบบเดียวกับที่ช่างใช้คุยกับลูกค้าหน้างาน ไล่จากสไตล์ ไปวัสดุใบ แล้วจบที่ระบบเปิด-ปิด พร้อมตารางราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรที่ใช้ประเมินงบได้ทันที

ประตูม้วน มีกี่แบบ ?

คำตอบสั้นที่สุดคือ ประตูม้วน 1 บานเกิดจากการเลือก 3 มิติพร้อมกัน ไม่ใช่การเลือกจากรายการเดียว ถ้าเลือกครบทั้งสามมิติ จะได้สเปกที่ส่งให้โรงงานผลิตได้เลย

  1. สไตล์ของชุดประตู โครงสร้างของตัวชุด ทั้งเพลา ตลับม้วน เสาราง และวิธีเก็บใบ แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Standard Type, Australia Style, Double Layers และประตูบานเฟี้ยม
  2. วัสดุใบประตู  ตัวแปรที่กำหนดทั้งราคา อายุการใช้งาน และการทนสภาพอากาศ มี 6 วัสดุที่ใช้กันจริง ตั้งแต่เหล็กไปจนถึงโพลีคาร์บอเนต
  3. ระบบเปิด-ปิด  มือดึง รอกโซ่ หรือไฟฟ้า เลือกตามขนาดช่องเปิดและความถี่ในการใช้งาน ไม่ใช่เลือกตามงบอย่างเดียว

สามมิตินี้ผูกกันอยู่ ตัวอย่างที่ชัดที่สุด คือ ช่องเปิดกว้าง 6 เมตร จะเลือกระบบมือดึงไม่ได้แม้อยากประหยัด เพราะน้ำหนักใบเกินกว่าที่สปริงจะผ่อนแรงไหว ต้องขยับไปใช้รอกโซ่หรือไฟฟ้าแทน

ประตูม้วนแบ่งตามสไตล์ มีกี่แบบ ?

สไตล์ประตูม้วน คือ อย่างแรกที่ควรตัดสินใจ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าวัสดุใบและระบบเปิด-ปิดที่เลือกต่อได้มีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละกลุ่มมีจุดที่เหมาะและข้อจำกัดต่างกันชัดเจน

1. Standard Type (ประตูม้วนมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด)

มักเห็นประตูม้วน Standard Type ตามอาคารพาณิชย์ ตึกแถว และบ้านทั่วไปมากที่สุด ใช้ใบลอนเหล็กหรือสแตนเลสม้วนเก็บขึ้นตลับด้านบน ติดตั้งง่าย หาอะไหล่เปลี่ยนได้ตลอดอายุการใช้งาน และรองรับได้ทั้งสามระบบเปิด-ปิด

ส่วนประกอบที่เลือกแยกได้ในกลุ่มนี้

  • ใบประตูทึบ สำหรับงานที่เน้นความเป็นส่วนตัวและกันขโมย
  • ใบประตูโปร่ง สำหรับหน้าร้านที่ยังอยากให้มองเห็นสินค้าตอนปิดร้าน
  • ใบฐานล่าง ซึ่งเป็นชิ้นที่รับแรงกระแทกมากที่สุดของบาน
  • เสารางและเสาอัดยาง ที่กำหนดความนิ่งของบานเวลาเลื่อนขึ้นลง

ข้อจำกัด คือ ดีไซน์ค่อนข้างเรียบ ถ้าเป็นงานที่ต้องการหน้าตาเฉพาะทาง เช่น ร้านในศูนย์การค้าที่มีสเปกกลาง อาจต้องขยับไปกลุ่มอื่น 

2. Australia Style (ใบอลูมิเนียม อลูซิงค์ และโพลีคาร์บอเนต)

ประตูม้วน Australia Style พัฒนามาเพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องน้ำหนัก และสนิมของใบเหล็ก จึงใช้วัสดุที่เบากว่าและทนสภาพอากาศได้ดีกว่า เหมาะกับร้านค้าที่เปิด-ปิดวันละหลายรอบ และงานที่ต้องการหน้าตาเรียบร้อยกว่าใบลอนเหล็กมาตรฐาน

ตัวเลือกใบในกลุ่มประตูม้วน Australia Style มีทั้งอลูมิเนียมทึบ อลูมิเนียมโปร่ง อลูซิงค์หรือเมทัลชีท ใบอลูอาร์ทสำหรับงานที่ต้องการลวดลายเฉพาะ และใบโพลีคาร์บอเนตที่เหนียวจนทุบไม่แตกและน้ำหนักเบา

ข้อจำกัด คือ ราคาต่อตารางเมตรสูงกว่าใบเหล็กอยู่หลายเท่า จึงต้องชั่งกับอายุการใช้งานที่ยาวขึ้นและค่าซ่อมบำรุงที่ลดลง

3. Double Layers (รุ่น 33A, 55A, 77A, 77B และ 100A จัมโบ้)

Double Layers ประตูม้วน คือ ใบสองชั้นที่ขึ้นรูปเป็นชุดสำเร็จ ต่างจากสองกลุ่มแรกตรงที่ขายเป็นชุดตามรุ่น ไม่ได้แยกซื้อทีละชิ้น รุ่น 33A, 55A, 77A และ 100A จัมโบ้เป็นแบบทึบ ส่วนรุ่น 77B เป็นแบบโปร่ง

จุดเด่นของประตูม้วนแบบ Double Layers คือ ความเรียบร้อยของงานเก็บบาน และการใช้เป็นหน้าต่างม้วนได้ด้วย จึงเหมาะกับงานอาคารที่ต้องการให้ประตูและหน้าต่างเป็นระบบเดียวกันทั้งหลัง 

ข้อจำกัด คือ ปรับสเปกย่อยได้น้อยกว่ากลุ่ม Standard Type เพราะเป็นชุดสำเร็จ 

4. ประตูบานเฟี้ยม (Folding Door) ทางเลือกเมื่อช่องเปิดกว้างมาก

บานเฟี้ยมไม่ได้ม้วนเก็บขึ้นด้านบน แต่พับเก็บไปด้านข้าง จึงใช้กับช่องเปิดที่กว้างเกินกว่าประตูม้วนทั่วไปจะรับไหว ระบบไฟฟ้าของดุสิตชัตเตอร์ย้ายเพลาจากคานด้านบนไปไว้ที่เสาด้านข้าง ทำให้รองรับความสูง 4 เมตร และความกว้างถึง 20 เมตรในบานเดียว และดัดโค้งตามแนวร้านในศูนย์การค้าได้

ข้อจำกัด คือ ต้องมีพื้นที่ด้านข้างสำหรับเก็บบาน และราคาเริ่มต้นสูงกว่าประตูม้วนทั่วไป จึงเหมาะกับงานหน้าร้านขนาดใหญ่มากกว่างานบ้าน ดูตัวอย่างงานได้ที่ ประตูบานเฟี้ยมระบบไฟฟ้าและแมนนวล

วัสดุใบประตูม้วนมีอะไรบ้าง แต่ละแบบต่างกันอย่างไร ?

วัสดุใบเป็นตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันได้หลายเท่า และเป็นจุดที่คนตัดสินใจผิดบ่อยที่สุด เพราะเลือกจากราคาอย่างเดียวโดยไม่ดูสภาพแวดล้อมหน้างาน

วัสดุใบ จุดเด่น ข้อจำกัด เหมาะกับ
เหล็ก ราคาเริ่มต้นถูกที่สุด หาอะไหล่ง่าย มีเบอร์ 23 หนา 0.4 มม. และเบอร์ 22 หนา 0.6 มม. เป็นสนิมได้ถ้าโดนน้ำและความชื้นสะสม น้ำหนักมากกว่าวัสดุอื่น ตึกแถว อาคารพาณิชย์ โรงรถที่มีชายคาคลุม
อลูซิงค์ / เมทัลชีท ทนสนิมดีกว่าเหล็กเคลือบสีทั่วไป น้ำหนักเบากว่า ผิวบุบได้ง่ายกว่าเหล็กหนา สีซีดตามอายุการใช้งาน ร้านค้า โกดัง พื้นที่กลางแจ้ง
Bluescope (Zacs® Cool, ShutterEX®, Colorbond®) เหล็กเคลือบที่ผู้ผลิตออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้นโดยเฉพาะ ราคาสูงกว่าอลูซิงค์ทั่วไป ต้องสั่งตามรอบผลิต บ้านและร้านที่โดนแดดตรงทั้งวัน
อลูมิเนียม น้ำหนักเบา ยืดหยุ่นสูง ผิวเรียบดูเรียบร้อย ไม่เป็นสนิม ราคาต่อตารางเมตรสูง รับแรงกระแทกหนักได้น้อยกว่าเหล็ก ร้านในศูนย์การค้า หน้าร้านที่เน้นดีไซน์
สแตนเลส ไม่เป็นสนิมจากฟิล์มโครเมียมออกไซด์ที่ผิว ดูแลง่าย ราคาสูงที่สุดในกลุ่มโลหะ รอยนิ้วมือเห็นชัด พื้นที่ริมทะเล ความชื้นสูง อาคารที่เน้นภาพลักษณ์
โพลีคาร์บอเนต เหนียวมาก ทุบไม่แตก น้ำหนักเบา แสงผ่านได้ เป็นรอยขีดข่วนได้ ต้องเลือกเกรดกัน UV ถ้าโดนแดดตรง หน้าร้านที่ต้องการโชว์สินค้า ร้านอาหาร คาเฟ่

เหตุผลที่สแตนเลสไม่เป็นสนิมไม่ใช่เพราะเคลือบผิว แต่เพราะมีโครเมียมผสมอยู่ไม่ต่ำกว่า 10.5% ซึ่งทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจนเกิดฟิล์มบางปกป้องเนื้อโลหะไว้เอง ตามคำนิยามของ British Stainless Steel Association ส่วนกลุ่มเหล็กเคลือบอย่าง Colorbond® มีเอกสารสเปกชั้นเคลือบเผยแพร่โดย BlueScope ให้ตรวจสอบก่อนสั่งได้

ถ้าต้องการเทียบเฉพาะสองวัสดุที่คนเลือกบ่อยที่สุด ดูข้อมูลเพิ่มได้ที่ ประตูม้วนเหล็ก และ ประตูม้วนอลูมิเนียม

ระบบเปิด-ปิดประตูม้วนมีกี่แบบ ?

มิติสุดท้าย คือ ระบบเปิด-ปิด ซึ่งมี 3 ระบบ และตัวกำหนดหลักไม่ใช่งบประมาณ แต่เป็นขนาดช่องเปิดกับน้ำหนักบาน

ระบบ วิธีใช้งาน เหมาะกับขนาดประตู ข้อจำกัด
มือดึง ดึงบานขึ้น-ลงด้วยมือ มีสปริงในเพลาช่วยผ่อนแรง กว้างประมาณ 4 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร ใช้กับใบเบอร์ 23 และเบอร์ 22 เกินขนาดนี้ต้องทำบานแบ่ง เสากลางถอดได้ หรือขยายวงล้อจานตลับจาก 7 นิ้วเป็น 9 นิ้ว
รอกโซ่ สาวโซ่เพื่อทดแรงเปิด-ปิด กว้างเกิน 4.5 เมตรขึ้นไป ใช้กับบานใหญ่ในโรงงานและโกดัง เปิด-ปิดช้ากว่าอีกสองระบบ และต้องออกแรงสาวโซ่ทุกครั้ง ไม่เหมาะกับบ้านพักอาศัย
ไฟฟ้า มอเตอร์ขับเคลื่อน สั่งงานด้วยรีโมท สวิตช์ หรือเซ็นเซอร์ ใช้ได้ตั้งแต่บานบ้านจนถึงบานใหญ่ในอาคารพาณิชย์ ต้องเดินไฟถึงจุดติดตั้ง มีค่าอุปกรณ์เพิ่ม และต้องมีระบบสำรองตอนไฟดับ

ดุสิตชัตเตอร์เลือกใช้รอกโซ่มือสาว Elephant รุ่น K75 ที่ผลิตในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น สำหรับงานบานใหญ่ เพราะเป็นระบบที่ไม่มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จึงเสถียรและใช้ได้แม้ไม่มีไฟฟ้า ดูรายละเอียดทั้ง 3 ระบบได้ที่ ระบบการเปิด-ปิดประตูม้วน

ประตูม้วนแต่ละแบบ ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาประตูม้วนคิดเป็นบาทต่อตารางเมตร ไม่ใช่ราคาเหมาต่อบาน เพราะขึ้นกับขนาดช่องเปิดจริง ระบบเปิด-ปิดที่เลือก และสภาพหน้างาน ตารางนี้คือราคาเริ่มต้นที่ดุสิตชัตเตอร์ เพื่อให้ประเมินงบเบื้องต้นได้ก่อนตัดสินใจติดตั้ง

ประเภท ราคาเริ่มต้น/ตร.ม.
ประตูม้วนเหล็ก เบอร์ 23 ระบบมือดึง 750 บาท (คิดขั้นต่ำ 5 ตร.ม.)
ประตูม้วนอลูซิงค์ 1,500 บาท (บานเล็กกว่า 2.5 เมตร คิด 1,800 บาท)
ประตูม้วน Bluescope Colorbond® 1,800 บาท
ประตูม้วนโพลีคาร์บอเนต 3,200 บาท
ประตูม้วนอลูมิเนียม ทั้งแบบโปร่งและทึบ 3,500 บาท
ประตูม้วนสแตนเลส 4,900 บาท
ประตูม้วน Poly Minibox 4,000 บาท
ประตูบานเฟี้ยม 5,500 บาท
Double Layers ทุกรุ่น ขายเป็นชุด สอบถามเจ้าหน้าที่

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้นที่ยังไม่รวมอุปกรณ์เสริม เช่น ชุดมอเตอร์และรีโมท หรืองานปรับโครงสร้างหน้างาน ราคาจริงต้องรอวัดหน้างานก่อน และควรสอบถามยืนยันราคาปัจจุบันทุกครั้งก่อนตัดสินใจ

ประตูม้วนแบบไหน เหมาะกับหน้างานติดตั้ง ?

  • บ้านเดี่ยวและโรงรถ เน้นความเงียบและความปลอดภัยมากกว่าราคา นิยมใบทึบกลุ่ม Standard Type หรืออลูซิงค์ คู่กับระบบไฟฟ้าที่มี Safety Auto Reverse เพราะเปิด-ปิดจากในรถได้
  • ร้านค้าห้องแถวและอาคารพาณิชย์ ช่องเปิดมักกว้างราว 4 เมตร ซึ่งอยู่ในพิสัยของระบบมือดึงพอดี ใบเหล็กเบอร์ 22 หรืออลูซิงค์จึงคุ้มที่สุด และเพิ่มใบโปร่งช่วงบนได้ถ้าอยากโชว์หน้าร้าน
  • ร้านในศูนย์การค้า มักมีสเปกกลางของโครงการกำกับ และเน้นหน้าตาเรียบร้อย จึงใช้ใบอลูมิเนียมโปร่งหรือบานเฟี้ยมระบบไฟฟ้าที่ดัดโค้งตามแนวร้านได้ ดุสิตชัตเตอร์มีงานติดตั้งในกลุ่มนี้ทั้งที่ ICONSIAM และ SIAM TAKASHIMAYA ดูได้ที่ ผลงานที่ผ่านมา
  • โรงงานและโกดัง ช่องเปิดกว้างเกิน 4.5 เมตรขึ้นไป ต้องใช้ระบบรอกโซ่หรือไฟฟ้าเท่านั้น ถ้ากว้างเกินกว่านั้นมากให้พิจารณาบานเฟี้ยมระบบไฟฟ้าที่ทำได้ถึง 20 เมตรในบานเดียว

ก่อนสั่งผลิตประตูม้วน ต้องเช็กอะไรบ้าง ?

5 ข้อนี้ คือ สิ่งที่ทำให้งานติดตั้งจบในรอบเดียว ไม่ต้องแก้ซ้ำ

  1. วัดช่องเปิดจริงทั้งกว้างและสูง รวมถึงระยะเหนือช่องเปิดสำหรับเก็บตลับม้วน ตัวเลขจากแบบก่อสร้างมักคลาดจากหน้างานจริง จึงควรให้ช่างเข้า วัดหน้างาน ก่อนสั่งผลิต
  2. ตรวจโครงสร้างที่จะรับน้ำหนัก ทั้งคานด้านบนและเสาสองข้าง บานใหญ่ที่ใช้ระบบไฟฟ้ามีน้ำหนักรวมสูง ถ้าโครงสร้างไม่พอต้องเสริมก่อน
  3. กำหนดตำแหน่งไฟฟ้าและกล่องควบคุม ให้พ้นแนวน้ำสาด และวางแนวสายไว้ตั้งแต่ตอนงานโครงสร้าง จะประหยัดกว่าการมาเดินลอยทีหลัง
  4. ดูเส้นทางเข้าออกหน้างานตอนติดตั้ง ใบประตูมาเป็นแผ่นยาว ถ้าซอยแคบหรือมีสิ่งกีดขวางควรแจ้งล่วงหน้า ดูขั้นตอนงานได้ที่หน้า รับติดตั้ง
  5. ตกลงเงื่อนไขรับประกันและบริการหลังการขาย ให้ชัดว่าครอบคลุมอะไรและติดต่อใครเมื่อเกิดปัญหา ดุสิตชัตเตอร์รับประกันงานซ่อม 3 เดือนโดยช่างของบริษัทเอง และมีที่พักพนักงานอยู่ในบริษัท จึงเรียกบริการด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อควรระวังสำหรับประตูเดิมที่ใช้งานอยู่แล้ว งานที่เกี่ยวกับสปริง เพลา มอเตอร์ และระบบไฟฟ้า ห้ามถอดหรือปรับเอง เพราะสปริงที่คลายตัวออกมาทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ 

ถ้าประตูเปิดไม่ขึ้น มีเสียงดังผิดปกติ หรือรีโมทไม่ทำงาน ให้แจ้งอาการที่หน้า รับซ่อมประตูม้วน หรือโทรสายงานซ่อม 096-652-7621 เพื่อให้ช่างประเมินก่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประตูม้วนมีกี่แบบ

ประตูม้วนราคาเริ่มต้นเท่าไหร่ แบบไหนประหยัดที่สุด ?

ประตูม้วนเหล็กเบอร์ 23 ระบบมือดึงประหยัดที่สุด เริ่มต้นตารางเมตรละ 750 บาท โดยคิดขั้นต่ำ 5 ตารางเมตร ถัดมาคืออลูซิงค์ที่เริ่มต้น 1,500 บาทต่อตารางเมตร 

ราคาจริงขึ้นกับขนาดช่องเปิด ระบบเปิด-ปิด และสภาพหน้างาน จึงควรให้ช่างวัดหน้างานก่อนออกใบเสนอราคา

ประตูม้วนเหล็กกับอลูซิงค์ ต่างกันตรงไหน ?

ประตูม้วนเหล็กกับอลูซิงค์ ต่างกันที่การทนสนิมและน้ำหนัก 

ใบเหล็กราคาถูกกว่าและหาอะไหล่ง่ายกว่า แต่เป็นสนิมได้เมื่อโดนน้ำและความชื้นสะสม 

ส่วนอลูซิงค์ทนสนิมได้ดีกว่าและเบากว่า จึงเหมาะกับหน้างานกลางแจ้งที่โดนฝนตรง แลกกับราคาเริ่มต้นที่สูงกว่าประมาณเท่าตัว

ประตูม้วนไฟฟ้ากับมือดึง ควรเลือกแบบไหน ?

ให้ดูขนาดช่องเปิดก่อนงบประมาณ ถ้าช่องเปิดกว้างไม่เกินประมาณ 4 เมตรและสูงไม่เกินประมาณ 3 เมตร ระบบมือดึงเพียงพอและประหยัดกว่า 

แต่ถ้าใหญ่กว่านั้น หรือต้องเปิด-ปิดวันละหลายรอบ ระบบไฟฟ้าคุ้มกว่าในระยะยาว และควรติดตั้งระบบป้องกันการหนีบพร้อมทางเปิดสำรองตอนไฟดับด้วยเสมอ

ประตูม้วนโปร่งปลอดภัยเท่าใบทึบไหม ?

ในแง่การกันงัดถือว่าใกล้เคียงกัน เพราะความแข็งแรงมาจากตัวใบ เสาราง และระบบล็อก ไม่ได้มาจากการทึบแสง แต่ใบโปร่งเปิดให้มองเห็นของด้านในได้ จึงไม่เหมาะกับร้านที่เก็บสินค้ามูลค่าสูงไว้หน้าร้าน ทางแก้ที่ใช้กันคือทำบานผสม ใบทึบช่วงล่างและใบโปร่งช่วงบน

สรุปเรื่องประตูม้วนมีกี่แบบ

คำถามที่ว่าประตูม้วนมีกี่แบบ ตอบให้ใช้งานได้จริงต้องตอบเป็น 3 มิติเสมอ คือสไตล์ของชุดประตู 4 กลุ่ม วัสดุใบ 6 แบบ และระบบเปิด-ปิด 3 ระบบ เริ่มจากวัดช่องเปิดเพื่อตัดตัวเลือกระบบที่ทำไม่ได้ออกก่อน แล้วจึงเลือกวัสดุตามสภาพแวดล้อมหน้างาน สุดท้ายค่อยดูงบจากราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตร วิธีนี้ทำให้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพราะเลือกสเปกผิดตั้งแต่ต้น

ดุสิตชัตเตอร์ผลิต ติดตั้ง และซ่อมประตูม้วนด้วยทีมช่างของบริษัทเองมาตั้งแต่ปี 2521 รับงานตั้งแต่บ้านหลังเดียวไปจนถึงงานศูนย์การค้า ถ้ายังไม่แน่ใจว่าหน้างานของคุณควรใช้แบบไหน ส่งขนาดช่องเปิดและรูปหน้างานมาให้ประเมินก่อนได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *