Select Page

รับถมดิน ไร่ล่ะ 3 แสนบาท !

รับถมดิน บริการทั้งในกรุงเทพและและปริมณฑล  ถมดินสูง 1 เมตร (มีปรับดิน และเกลี่ยหน้าดิน)
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตามระยะทาง

รูปแบบการรับถมดิน

ทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ การถมแบบบดอัด โดยการเทดินและใช้รถบดดิน บดอัดทีละชั้น (ชั้นละ 30-50 ซม.) จนกระทั่งได้ระดับที่ต้องการ  วิธีนี้จะทำให้ดินอัดแน่น ไม่ทรุดตัวง่าย ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ การถมแบบไม่อัด เป็นการถมดินให้ได้ระดับความสูงที่ต้องการ แล้วบดอัดหน้าผิวดินเพียงรอบเดียว

หากถมดินสูงตั้งแต่ 1 ม.ขึ้นไปไม่ควรใช้วิธีนี้เพราะจะมีโอกาสทรุดตัวมากในอนาคต ทั้งนี้ช่วงเวลาที่ควรถมดินคือ หน้าแล้ง (ธ.ค.-พ.ค.) เพราะทำงานสะดวก ได้ดินที่แน่นตัวและมีคุณภาพสูง หากถมดินในหน้าฝน ดินที่จะถมอาจจะไหลออก เกิดความสูญเสียในปริมาณมาก

ลักษณะของดินที่ใช้ถมดิน

ไม่ควรใช้ดินผสมเศษอิฐเศษหินซึ่งแม้จะมีราคาถูก แต่อาจทำให้เสาเข็มหนีศูนย์ หรือแตกหักเสียหายได้ ควรเลือกใช้ดินธรรมชาติในการถม ได้แก่
1. ดินลูกรัง มีสีออกน้ำตาลหรือแดง มีลักษณะค่อนข้างแข็งโดยเฉพาะเมื่อเป็นดินแห้ง สามารถบดอัดให้แน่นแข็งได้ดี เหมาะแก่การถมเพื่อทำผิวถนนคอนกรีต ไม่เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้ (DSC ใช้ดินลูกรัง)
2. ดินเหนียว เป็นดินเนื้อละเอียด มีคุณสมบัติทึบน้ำ อุ้มน้ำได้ดี นิยมใช้ถมดินในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เพราะหาได้ง่าย ราคาไม่สูงมากนัก สามารถใช้ปลูกต้นไม้ได้บางชนิด
3. ดินทราย ประกอบด้วยทรายประมาณร้อยละ 70  ขึ้นไป ไม่อุ้มน้ำ ง่ายต่อการกัดกร่อน เมื่อนำมาถมจำเป็นต้องบดอัดอย่างดี และมีการป้องกันดินไหล เพื่อไม่ให้ดินทรุดตัวและไหลไปบริเวณข้างเคียง ดินทรายมีราคาถูก เหมาะสำหรับถมดินในโครงการจัดสรรต่าง ๆ
4. หน้าดิน คือดินที่อยู่บริเวณผิวดินด้านบน ระดับ 0.00-0.50 เมตร หรืออาจลึกกว่าเล็กน้อย เนื้อดินสีดำ มีแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับพืชพรรณและต้นไม้สูง แต่มีราคาสูงกว่าดินประเภทอื่นพอสมควร

ใบวัดค่าระดับดิน

(ใบวัดค่าระดับดิน)

การทดสอบตัวอย่างดิน compaction test 02
การทดสอบตัวอย่างดิน field density
การทดสอบตัวอย่างดิน compaction test

ขั้นตอนการรับถมดิน

  1. เข้าสำรวจพื้นที่ บริเวณที่จะถมดิน เพื่อประเมินหน้างาน สภาพแวดล้อมต่างๆ ว่าจะต้องเตรียมขั้นตอนเข้าถมดินอย่างไรบ้าง
  2. สอบถามความต้องการของลูกค้า ว่าต้องการที่จะถมดินเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านใด เช่น ด้านก่อสร้างอาคาร บ้าน หรือถมที่เพื่อการเกษตร เพื่อให้เราช่วยประเมินเรื่องดินที่จะเข้ามาถมที่ (สำหรับการก่อสร้าง DSC ใช้ดินลูกรัง ในการถมบดอัด เพราะมีความหนาแน่นของมวลดินมากกว่าดินชนิดอื่นๆ ไม่ทำให้ทรุดตัวง่าย)
    1. เมื่อสอบถามความต้องการลูกค้าแล้ว เราจะประเมินว่าควรใช้ดินประเภทใดที่เหมาะสม ในการถมที่เพื่อให้สอดคล้องกับงานก่อสร้างต่างๆ
    2. ดินแต่ล่ะประเภทนั้นมีคุณสมบัติตามแต่ล่ะประเภทงานก่อสร้าง มีตั้งแต่สร้างบ้าน ตึก อาคารพาณิชน์ หรือโกดังโรงงาน เป็นต้น
  3. จากนั้นต้องขออนุญาตเข้าพื้นที่ทำงานกับทางเขต เทศบาล และกำหนดขอบเขตการทำงานให้ตรงตามช่วงเวลาที่ทางเทศบาลอนุญาตให้เข้าพื้นที่นั้นๆ
  4. หลังจากขออนุญาตเข้าพื้นที่ทำงานแล้ว เราจะต้องแจ้งรายการเครื่องจักร เพื่อขออนุญาตเข้าทำงาน มีตั้งแต่ รถบด แม็กโคร รถบรรทุก รถแท็กเตอร์ เป็นต้น
  5. เริ่มขั้นตอนการถมดิน และทำการจดบันทึกรายการนำดินเข้าถมที่ โดยเริ่มตั้งแต่รถบรรทุกดินเข้ามาที่หน้างาน เมื่อถมดินแล้วจะใช้รถแม็กโครเกลี่ยดิน ปรับให้ได้ระดับ เสร็จแล้วจะเอารถแท็กเตอร์มาเกลี่ยหน้าดินให้ได้ระดับที่กำหนดจะถมดิน และจะเริ่มทำการบดอัดด้วยรถบดอัด ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 5-10 ตัน (แล้วแต่หน้างานว่าต้องการความหนาแน่นของดินเท่าไหร่)
  6. อาจทดสอบความหนาแน่นของดินด้วย ตามที่ได้มีการตกลงกับลูกค้าในตอนแรก (ซึ่งมีค่าใช้จ่าย)
สูบน้ำออกจากพื้นที่ ก่อนนำดินเข้าถม
สูบน้ำออกจากพื้นที่ ก่อนนำดินเข้าถม 02
เคลียพื้นที่ก่อนนำดินถมเข้าหน้างาน

(ขั้นตอนเข้าเตรียมพื้นที่ เพื่อเตรียมการถมดิน)

นำดินถมเข้าหน้างานพร้อมแม็คโคปรับเกลี่ย
ถมดินตามความหนาแต่ล่ะชั้น (ตามที่กำหนด)
ปรับเกลี่ยดินดมให้ได้ระดับตามที่กำหนด

(รถบรรทุกขนดินเข้าหน้างาน และนำรถแม็กโคร รถแท็กเตอร์ เกลี่ยหน้าดิน)

บดอัดดินถมด้วยรถบดอัด 4-10 ตัน
บดอัดดินถมด้วยรถบดอัด 4-10 ตัน 02
ทดสอบความหนาแน่นของดิมถม

ทำไมถึงต้องจ้างรับถมดิน

  1. ถ้ามีอาคารเก่าต้องรื้อ ให้รื้อถอนออกจนถึงชั้นฐานราก คงไว้แต่เสาเข็มซึ่งรื้อถอนได้ยาก โดยทีมออกแบบจะกำหนดเสาเข็มใหม่เลี่ยงตำแหน่งเดิมเอง
  2. ถ้าต้องการย้ายตำแหน่งสาธารณูปโภค เช่น เสาไฟฟ้า มิเตอร์ประปา ท่อประปา ฯลฯ ที่กีดขวางพื้นที่ก่อสร้าง ควรดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยก่อนการปลูกสร้างอาคาร
  3. ถ้าพื้นที่ดินอยู่ระดับต่ำกว่าถนน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำท่วม ควรถมดินยกระดับให้สูงกว่าระดับท่อระบายน้ำสาธารณะ
  4. ถ้าสร้างบ้านทับคลองน้ำเน่า (บ่อหรือบึง) ควรถมทิ้งไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะจะมีโอกาสทรุดตัวมากกว่าดินที่ถมบนพื้นปกติ

หลักพิจารณาการรับถมดิน

  1. ประวัติน้ำท่วม พิจารณาจากระดับสูงสุดที่น้ำเคยท่วมถึง
  2. เช็คระดับน้ำในท่อระบายน้ำสาธารณะ โดยติดต่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ และถมดินให้สูงกว่าระดับดังกล่าวเพื่อให้น้ำในอาคารระบายออกได้
  3. ระดับดินแวดล้อม โดยทั่วไปมักถมสูงกว่าถนนหน้าบ้านประมาณ 50 – 80 ซม. โดยให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเพื่อนบ้าน
  4. ไม่ควรถมดินสูงเกินไป เนื่องจาก
    1.  พื้นลาดที่เชื่อมต่อระหว่างที่ดินของอาคารกับถนนสาธารณะ จะมีความลาดชันมาก
    2. เกิดปัญหาน้ำไหลท่วมเข้าพื้นที่ของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน
    3.  มีค่าใช้จ่ายสูง
    4.  ดินถมที่ระดับสูงกว่า 80 – 100 ซม. อาจเกิดแรงดันจนรั้วเสียหายได้ (หากจำเป็นต้องทำควรปรึกษาวิศวกร)
  5. กรณีต้องการให้ระดับพื้นบ้านชั้นล่างอยู่สูงมาก อาจใช้วิธียกใต้ถุนสูงแทนการถมดิน ซึ่งจะได้พื้นที่ใช้งานเพิ่มด้วย
  6. การถมยกระดับดินที่ไม่สูงมาก อาจสร้างอาคารให้ได้พื้นในระดับที่ต้องการ พร้อมทำครีบกันดินให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยถมดินในภายหลัง วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดดิน โดยสามารถนำดินที่ได้จากการเจาะเสาเข็มมาใช้ถมได้ด้วยเช่นกัน

ทำอย่างไรกับต้นไม้เดิม

ต้นไม้สร้างความร่มรื่นมีชีวิตชีวา ทั้งยังช่วยกรองมลพิษต่างๆ ในพื้นที่ วิธีการเลือกเก็บหรือกำจัดต้นไม้เพื่อเตรียมพื้นที่ก่อสร้างนั้น ในเบื้องต้นอาจเริ่มด้วยการถางหญ้า วัชพืช ให้เรียบร้อย ตัดต้นไม้ล้มลุกหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ไม่ต้องการทิ้ง  สำหรับต้นไม้ใหญ่อายุ 10 ปี ขึ้นไป

ควรพิจารณาให้ดีว่าจำเป็นต้องตัดจริงๆ หรือไม่ อาจใช้วิธีหลบเลี่ยงหรือออกแบบให้ต้นไม้เป็นส่วนหนึ่งของผังก่อสร้าง ทั้งนี้ควรระมัดระวังเรื่องแรงสั่นสะเทือน รวมถึงน้ำปูนและเศษวัสดุจากการก่อสร้าง ที่อาจจะไปทำอันตรายต้นไม้ได้

กรณีเป็นต้นไม้ที่มีรากแผ่กว้างและชอนไช เช่น ต้นไทร ต้นก้ามปู ต้นโพธิ์ ฯลฯ ควรจัดวางผังก่อสร้างเลี่ยงให้ได้มากที่สุด เพราะรากของต้นไม้เหล่านี้อาจชอนไชจนทำให้สิ่งปลูกสร้างแตกร้าว และกิ่งไม้ขนาดใหญ่อาจหล่นทับหลังคาเสียหายได้ หากไม่มีทางเลือกควรพิจารณาตัดทิ้ง หรือล้อมไปปลูกในบริเวณอื่นแทน

ถ้าในตอนนี้คุณกำลังมีแผนที่จะหาผู้รับเหมา รับถมดิน

DSC คือหนึ่งในบริษัทที่ตอบโจทย์ความต้องการอย่างไม่ต้องสงสัย

ติดต่อสอบถามทันที ได้ที่ ช่องทางติดต่อด้านล่างนี้

ติดต่อเลยตอนนี้ !

LINE-LOGO